เก็บสิ่งที่ยังเวิร์กไว้
เริ่มจากวิธีทำงาน ความรู้ และเครื่องมือที่คนใช้อยู่ก่อน อย่าเพิ่งคิดว่าของเดิมต้องหายไปทั้งหมด
พื้นที่ทดลองสร้างสิ่งใหม่เพื่อสังคม โดยไม่แสวงหากำไร
VentVibe ใช้คนกลุ่มเล็ก สำรวจพื้นที่ที่ไม่มีใครอยากเข้า ตอบคำถามที่คนเลี่ยงจะตอบ และช่วยกันเปลี่ยนไอเดียเป็นของที่ใช้ได้จริง
ทำความรู้จักแนวคิดของเรา→ถ้าจะให้คนเปลี่ยน สิ่งนั้นต้องคุ้มพอ
สมาชิกใน Party
แนวคิดหลัก
VentVibe ปลูกต้นไม้และปล่อยให้มันงอกงาม เติบโต และอยู่รอด ในวันที่มันผลิบาน ต้นไม้ย่อมมีหนทางของตัวเองและกิ่งก้านสูงและแผ่กว้างเกินกว่าตัวเรา ปล่อยให้คุณค่าอยู่กับมันและภูมิใจในฐานะผู้สร้าง ไม่ใช่เจ้าของ
แนวคิดที่เราใช้ทำงาน
เริ่มจากวิธีทำงาน ความรู้ และเครื่องมือที่คนใช้อยู่ก่อน อย่าเพิ่งคิดว่าของเดิมต้องหายไปทั้งหมด
ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างและหลังงานดีขึ้น ทั้งการนำไปใช้ต่อ การมองเห็นข้อมูล การเชื่อมต่อ และการเรียนรู้
ทุกขั้นตอน หน้าจอ นโยบาย หรือพฤติกรรมใหม่ ต้องสร้างคุณค่าได้มากกว่าภาระและความวุ่นวายที่เพิ่มขึ้น
Graceful Transition เป็นเลนส์ตั้งต้น ไม่ใช่กฎที่ใช้ได้กับทุกเรื่อง สุดท้ายต้องตัดสินจากความปลอดภัย จริยธรรม หลักฐาน และบริบทจริง
Digital Transformation ใช้กับผลลัพธ์ Graceful Transition ใช้กับวิธีการ ปรับเปลี่ยนไม่ใช่ทดแทน ยกระดับไม่ใช่ยกเลิก
ลองดูตัวอย่างจากโรงพยาบาล
สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ แบบฟอร์มกระดาษที่คุ้นมืออาจยังเป็นวิธีทำงานที่ดีที่สุด เราแค่ทำให้การออกแบบ การสแกน การอ่านข้อมูล การตรวจสอบ และการเชื่อมต่อระบบดีขึ้น เพื่อให้ข้อมูลชุดเดิมนำไปใช้ต่อได้มากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ แท็บเล็ต หรือเครื่องมือที่ช่วยเก็บข้อมูลโดยแทบไม่เพิ่มภาระให้คนทำงาน ทุกแบบล้วนเป็นทางเลือกตามบริบท ไม่ใช่บันไดวัดว่าอะไรล้ำหน้ากว่าอะไร
VentVibe ทดลองกันอย่างไร

เราเลือก quest ที่ทำแล้วช่วยโลกได้ วางแผน รวมสมาชิกทีมที่เหมาะสม แล้วถามว่าเราจะดำเนินการแบบไหน จะสู้จนตัวตายหรือถอยเพื่อตั้งหลัก
เริ่มจากความต้องการที่ยังไม่มีใครตอบ ไม่ใช่เริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่อยากสร้างไว้แล้ว
ทำให้ปัญหา ผลลัพธ์ที่ต้องการ สมมติฐาน และข้อจำกัดชัดเจน แล้วออกแบบการทดลองที่เล็กที่สุดโดยยังรับผิดชอบต่อคนที่เกี่ยวข้อง
ชวนคนที่ Quest นี้ต้องการมาร่วมทีม ทั้งคนที่เจอปัญหาจริง ผู้รู้ในเรื่องนั้น นักออกแบบ ทีมเทคนิค นักวิจัย และคนที่ต้องนำไปใช้จริง
รีบทดสอบสมมติฐานที่เสี่ยงที่สุดก่อน แล้วแยกให้ออกว่าอะไรคือหลักฐาน อะไรเป็นเพียงความตื่นเต้นของเราเอง
ทำต้นแบบ หาพาร์ตเนอร์ แบ่งปันสิ่งที่เรียนรู้ เดินหน้าต่อ หรือหยุดก็ได้ การยอมรับตรง ๆ ว่า “ไม่เวิร์ก” ก็เป็นผลลัพธ์ที่มีคุณค่า
ภาษาที่ใช้บอกสถานะงาน
ปัญหาที่เรากำหนดขอบเขตแล้ว และเห็นว่าน่าลองสำรวจต่อ
ข้อคาดการณ์ที่เขียนไว้ชัดเจน แต่ยังต้องทดสอบ
วิธีทดสอบที่ออกแบบมาเพื่อเรียนรู้ โดยคำนึงถึงผลกระทบและความรับผิดชอบ
สิ่งที่สังเกตเห็นหรือวัดได้ โดยบอกขอบเขตและข้อจำกัดไว้ชัดเจน
สิ่งที่มีคนดูแลต่อเนื่องและมีคนใช้งานจริง
ออกจาก VentVibe ไปอยู่กับบ้านใหม่ที่ดูแลต่อได้จริง
การส่งต่อผลิตภัณฑ์
VentVibe เหมือนพ่อแม่และผู้สร้าง ผลิตภัณฑ์เกิดจากเรา แต่การยึดมันไว้ไม่ใช่หนทางสู่ความสำเร็จ เราพร้อมเปิดพื้นที่ให้มันเติบโต ก้าวไปสู่ครอบครัวใหม่และสังคมใหม่ ๆ โดยที่เรายังคอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ และร่วมยินดีเมื่อเห็นมันเติบโตอย่างงดงาม
ปัญหาที่มีความหมายคือจุดเริ่มต้นที่ดี
เอาคำถามยาก ๆ คนที่เจอปัญหานั้นจริง และใจที่พร้อมเดินตามหลักฐานมาคุยกับเรา—แม้สุดท้ายหลักฐานจะพาไปคนละทางกับที่คิดไว้ก็ตาม
มาคุยกัน→